Showing posts with label movie. Show all posts
Showing posts with label movie. Show all posts

Civil War (Spoiled)

ไปดูมาแล้ววววว Civil War ก่อนเข้าไปดูเป็นทีมโทนี่ พอดูจบเป็นทีมกัปตัน 5555




ก่อนดูลืมนึกไปว่านี่มันหนังเรื่องกัปตันอเมริกา ชื่อตอนซีวิลวอร์ ดังนั้นดูๆไปจึงไม่แปลกใจที่จะเป็นพวกกัปตัน 5555
แต่ที่ต้องพูดถึงเลยก็คือตัวเนื้อเรื่องวางไวแบบให้ป๋าโทนี่เทียบเท่ากัปตันเลยนะ จะเห็นได้ว่าช่วงต้นเรื่องโทนี่สร้างภาพโฮโลแกรมชีวิตของตัวเองในวัยหนุ่ม คืนก่อนหน้าที่พ่อแม่ของเขาจะประสบอุบัติเหตุตาย (โทนี่เข้าใจเช่นนั้น) แล้วปมขมวดเกลียวของเรื่องนี้ก็คือพ่อแม่ของโทนี่ไม่ได้ประสบอุบัติเหตุตายจ้า แต่โดนบัคกี้หรือ winter soldier ฆ่าตายเพราะถูกองค์กรไฮดร้าล้างสมองและทำไปโดยไม่รู้ตัว เรื่องนี่น่าเจ็บปวดที่สุดก็คือกัปตันรู้เรื่องนี้มาตลอดแต่ไม่ยอมบอกโทนี่ สำหรับเราแล้วคิดว่าโทนี่คงรู้สึกเหมือนโดนหักหลังอ่ะ เพราะสำหรับเค้าแล้วกัปตันคือเพื่อน วาทกรรมทำเอาเจ็บมันจี๊ดสุดตรงที่กัปตันพูดว่า
"เขา (บัคกี้) เป็นเพื่อนผม"
แล้วโทนี่ก็พูดว่า
"ผมก็ 'เคย' เป็นเพื่อนคุณ" 
เอาซี้ !!!

เราว่าตัวหนังค่อนข้างให้ความสำคัญกับปมในใจของโทนี่ ความเจ็บปวดเรื่องชีวิตครอบครัว ความล้มเหลวในชีวิตคู่ ความรู้สึกผิดที่เวลากู้โลกแต่ละครั้งก็ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตาย ตัวหนัง Iron Man เองในทุกภาคก็เล่นกับปมนี้เหมือนกัน
แต่ในส่วนนี้ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจกัปตันนะคะ เค้ามีชุดความคิดอีกแบบหนึ่ง และเราเองก็คิดว่าตัวกัปตันก็เจ็บปวดกับเรื่องที่เกิดขึ้นไปแพ้กัน อย่าลืมว่ากัปตันคือเด็กขี้โรคผอมกะหร่องจากเมืองบรู้คลิน ยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยงก็เพื่อหวังว่าตัวเองจะมีความสามารถมากพอในการช่วยเหลือส่วนรวมได้ ในแง่ของปณิธานแล้วต้องยอมรับว่ามันแรงกล้าจริงๆ สตีฟมีจิตใจของคนยุคเก่าเพราะเค้ามาจากโลกอดีต สายใยที่เชื่อมเค้าเอาไว้มีเพียงเพ็กกี้ที่พอเค้าออกจากช่องแช่แข็งมานางก็ชิ่งตายสะงั้น อีกคนเดียวที่เหลืออยู่ก็คือบัคกี้ เพื่อนแท้วัยเด็กจากบ้านเกิดที่มุ่งมั่นมาเป็นทหารด้วยกัน อาจพูดได้ว่าเพ็กกี้และบัคกี้เป็นสายใยที่เชื่อมสตีฟเอาไว้กับโลกอดีตที่เค้าจากมา ลองคิดดูเล่นๆนะคะ ถูกแช่แข็งเอาไว้หลายสิบปี พอตื่นขึ้นมาความรู้สึกยังเหมือนว่าอดีตเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน แต่สภาพแวดล้อมทุกอย่างเปลี่ยนไป คนที่รู้จักตายไปกันหมด เหลืออยู่แค่ 2 คน แค่คิดก็เศร้าแล้วค่ะ

ส่วนบัคกี้ถ้าไม่พูดถึงคงไม่ได้ คนนี้เราชอบตั้งแต่ปรากฏตัวในหนังเมื่อแรกๆ คือเป็นความชอบที่มีความสงสารเป็นส่วนใหญ่ เรามองว่าบัคกี้เป็นเหยื่อเพราะถูกล้างสมองและใช้เป็นเครื่องมือ แถมความทรงจำก็ขาดๆหายๆอีก เจ้าตัวได้ปลีกตัวหนีไปอยู่อย่างสงบเพราะไม่อยากถูกใช้เป็นเครื่องมือฆ่าใครอีกหลังจากที่จำสตีฟได้ แต่ก็ยังไม่วายถูกวางแผนใส่ร้ายจนต้องกลับมาสู้อีก คิดดูเถอะค่ะว่าน่าเห็นใจขนาดไหน




อีกตัวละครที่ขอพูดถึงคือตัวร้ายของเราค่ะ ซีโม่ เราว่านายคนนี้ฉลาดและสอนบทเรียนสำคัญให้ทีมอเวนเจอร์ส์ ที่ว่าฉลาดเพราะนางวางแผนเอง เล่นเอง ทุกอย่างทำคนเดียวเลยจ้า one man show แบบไม่มีผู้ช่วยใดๆทั้งสิ้น แรงจูงใจคือต้องสูญเสียครอบครัวไปจากเหตุการณ์โซโคเวีย คิดดูว่าคนๆเดียวสามารถทำให้ทีมอเวนเจอร์ส์แตกคอกันได้ วาทกรรมที่ควรจำไว้เป็นบทเรียนจากซีโม่ก็คือประมาณว่า จักรวรรดิที่แข็งแกร่ง ต่อให้ล่มสลายเพราะศัตรูก็ยังสามารถกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้ แต่หากจักวรรดินั้นล่มสลายจากภายใน (เปรียบเทียบกับทีมอเวนเจอร์ส์ที่แตกคอกันเอง) นั่นคือการล่มสลายที่แท้จริง




อีกคนที่ขอพูดถึงสั้นๆคือ สก็อต แลง พ่อหนุ่ม Ant Man ของเรานั้นเอง คือด้วยความที่เจ้าตัวเป็นพวกนอกกฎหมายอยู่แล้วและเป็นแฟนคลับกัปตัน นางเลยจอยทีมกัปตันแบบไม่ลังเลเลยจ้าาาา แถมยังมาเป็นตัวสร้างความฮาอีก 5555

ส่วน 2 ตัวละครที่มาโผล่ในโปรเจ็คอเวนเจอร์ส์เป็นครั้งแรกก็คือแบล็กแพนเตอร์ หรือ ราชาทิชัลล่าแห่งประเทศวากันด้า อีกคนที่คุ้ยเคยกันดีคือหนุ่มน้อยสไปดี้ของเรานั่นเอง

มาพูดถึงแบล็คแพนเตอร์กันก่อน คนนี้ก็สวยงามตามท้องเรื่อง มีความเป็นผู้นำ มีความเป็นราชา มีความเป็นพระเอก วาทกรรมแมนๆของ Your Highness ของสาวๆก็คือทุกคนถูกความแค้นกัดกร่อนหัวใจ ข้าจะไม่ยอมเป็นแบบนั้น ประมาณนี้ เรื่องของเรื่องก็คือพระองค์ตามฆ่าบัคคี้เพราะเข้าใจผิดว่าบัคกี้เป็นมือระเบิดที่วางระเบิดการประชุมยูเอ็นเพื่อเซ็นข้อตกลงโซโคเวียจนทำให้พระบิดาต้องตายนั่นเอง อ้อ อีกอย่างนึงที่ควรรู้ไว้คือคนนี้รวยที่สุดในจักรวาลมาร์เวลนะจ๊ะ รวยกว่าป๋าโทนี่อ่ะคิดดู อิอิ





ตัวละครลับตัวสุดท้ายของเราคือพ่อหนุ่มเอ๊าะใส ทอม ฮอลแลนด์ ที่มารับบทสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นหนุ่มน้อยสมัย 16 - 17 คือเราว่าโอเคเลยนะ มีความเป็นเด็ก มีความช่างจ้อ มีความตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่ง ตลกสุดตอนที่นางพูดว่า "ผมกำลังพยายามทำให้คุณโทนี่ประทับใจอยู่" 5555
ดูแล้วชวนให้รอภาคแยกของสไปเดอร์แมนที่มาร์เวลกำลังสร้างเลย ชื่อตอน Homecoming ยินดีต้อนรับกลับบ้านมาร์เวลหลังจากที่ถูกซื้อลิขสิทธิไปอยู่กับค่ายโซนี่ซะนาน อิอิ



อ้อ เกือบลืม เวอร์ชั่นนี้ป้าเมย์ของปีเตอร์แซ่บมากขอบอกกกก 





The Huntsman Winter's War, A Love Story Retold (Spoiled)




ไปดู The Huntsman Winter's War มา ชื่อภาษาไทยคือ พรานป่ากับราชินีน้ำแข็ง
ตอนที่ยังไม่เข้าฉายเราโดนญาติคนนึงหลอกว่าราชินีน้ำแข็งในเรื่องที่เป็นแม่ของสโนว์ไวท์คือเอลซ่า เราเลยคิดว่าเอลซ่าเป็นแม่ของสโนว์ไวท์ไปพักใหญ่ๆเลยถึงรู้ตัวว่าโดนอำ -_-
เรื่องนี้เป็นภาคก่อนหน้าของเรื่อง Snow white and Huntsman ตำนานชู้รักผู้กำกับอันลือลั่นตราตรึง กล่าวคือนักแสดงนำสาวไปเป็นชู้กับผู้กำกับซึ่งมีลูกมีเมียอยู่แล้ว ว่าง่ายๆคือนักแสดงและผู้กำกับที่เป็นประเด็นไม่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งแน่นอน
เรื่อง Snow White and Huntsman ถ่ายทำและฉายก่อน The Huntsman Winter's War พูดง่ายๆคือเป็นการเล่าย้อนไปก่อนหน้าหรือเป็นปฐมบทของ Snow White and Huntsman นั่นแหละ

มาพูดถึงเรื่องแรกที่เราชอบก่อนดีกว่า เราชอบการแคสต์นักแสดง เราว่ามันลงตัวและสมเหตุสมผลมาก
ตัวละครแรก ราชินีเรเวน่า ตัวร้ายของเรื่อง พูดง่ายๆก็แม่มดนั่นแหละ รับบทโดนชาลิซ เธียรอน คือนางสวย นางสง่า นางมีความงาม ดูแล้วชวนให้เชื่อเวลาที่นางถามกระจกว่า

Mirror Mirror on the Wall, Who is the fairest of them all ?
กระจกวิเศษ บอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี

แล้วกระจกก็จะตอบว่าราชินีเรเวน่าคือสตรีที่งามเลิศที่สุดในแผ่นดิน คือดูแล้วเชื่อจริงๆว่าตนนี้แหละ งามที่สุดแล้วจริงๆ ว่าแล้วก็ขอแปะรูปหน่อย ไปดูภาพเคลื่อนไหวในโรงหนังยิ่งสวยยิ่งสง่า




ส่วนนักแสดงนำหญิงอีก 2 คนก็สวยนะคะ แต่พูดไม่ถูก เหมือนสวยแต่บารมี (ความงาม) มันเทียบชาลีซไม่ได้

คนแรกก็ราชินีเฟรย่า ราชินี้น้ำแข็ง (ไม่ใช่เอลซ่านะ -_-)
อีกคนก็แม่พรานสาว เมียพี่คริสในเรื่อง




ตัวหนังค่อนข้างเป็น love story นะเราว่า เหมือนนิยายรักโรแมนติกผจญภัยน้อยๆ แต่ตีมหลักของเรื่องคือความรัก ต้นเหตุทุกอย่างในเรื่องล้วนเกิดจากความเข้าใจผิดทั้งนั้น เริ่มจากเฟรย่า ราชินีน้ำแข็งเข้าใจผิด คิดว่าถูกคนรักทรยศหักหลัง เลยระเบิดพลังน้ำแข็งและกลายเป็นราชินีผู้เย็นชาและจับเด็กมาสร้างกองทัพพรานเพื่อขยายอาณาจักร ตัวเฟรย่านี้พยายามที่จะเชื่อว่าโลกนี้ไร้รัก จนตอนหลังเมื่อความจริงเปิดเผยว่าถูกพี่สาว ราชินีเรเวน่าวางแผนทั้งหมด ทำให้เข้าใจผิด ฆ่าลูกของเฟรย่า (สโนว์ไวท์) และไม่ได้ถูกคนรักหักหลังอย่างที่เข้าใจ เฟรย่าจึงยอมรับว่าแท้จริงแล้วความรักนั้นมีอยู่จริง ดังในตอนจบก่อนที่เฟรย่าจะตาย นางพูดกับพระเอกนางเอกว่า

How lucky you are
พวกเจ้าช่างมีบุญนัก

คือเราตีความว่า เฟรย่าเห็นว่าการที่เรามีคนที่รักและรักเราจริงๆช่างเป็นอะไรที่โชคดีและล้ำค่าเหลือแระมาณ ตัวเราเองก็คิดแบบนั้นนะ :)

อีกประโยคที่ตราตรึงจากหนังเรื่องนี้คือ

Stand or fall, together 
ไม่ว่าเป็นหรือตาย ก็จะอยู่เคียงข้างกัน

ประโยคนี้พี่พรานกับแม่พรานสาวของเราเค้าสัญญากันไว้ ซึ่งทั้ง 2 ก็ทำอย่างปากว่าจริงๆ

เรื่องนี้จบดี happy ending เป็นอะไรที่ดูแล้วประโลมโลกย์ดี ชื่นใจ ให้ 7.5/10







Batman VS Superman (Spoiled)




ในที่สุดก็ได้ดู !!!
ที่ไปดูนี่ไม่ใช่อะไรเลย ไปเพราะมีคนเลี้ยงเลยยอมฝ่าฝูงรถออกไปดูที่เมกะบางนา ฮ่าๆๆๆ 
หนังนานมากกกก ดูรอบ 6.45 ออกมาตอน 4 ทุ่ม ถามว่าสนุกมั้ย ไม่ได้มากนะ แต่สนุกแบบมีมิติ 
ด้วยความยาวของตัวหนังเลยทำให้มีบางช่วงที่รู้สึกว่าอืดไปบ้าง แต่โดยรวมคือดี
ขอกล่าวถึงตัวละครหลักแบบแยกก่อน

ตัวแรกแบทแมน นำแสดงโดยป๋าเบน อัฟเฟล็ก (กรี๊ดดดดดดด สามีของน้องงงง !) บารมีเหมาะกับบทบรูซ เวย์นมาก เราว่าเหมาะกว่าคริสเตียน เบลล์ นักแสดงผู้รับบทแบทแมนคนก่อนเยอะเลย เหตุผลคือตามบทแล้วเนี่ย บรูซ เวย์นเป็นมหาเศรษฐีแห่งเมืองก็อตแธม แล้วพี่เบนคือมาดให้มาก ดูภูมิฐานและมีสง่าราศรีสมกับบทดี ส่วนความรู้สึกที่มีต่อตัวละครตัวนี้ คือมันดาร์ก มันมืด มันหม่น แบทแมนเป็นมหาเศรษฐีที่พ่อแม่โดนฆ่าตายต่อหน้าตั้งแต่ยังเด็ก พูดง่ายๆคือมีปม ก็ตามนั้น บทเลยออกมาหม่นๆสมกับความมีปมดี แต่มิติที่ชอบมากในตัวแบทแมนจากเรื่องนี้คือรู้สึกว่าเป็นตัวละครที่สมจริง มีความเรียลมาก ดูแล้วรู้สึกว่าบรูซ เวย์นเป็นแค่เศรษฐีธรรมาดาที่กลายเป็นซุปเปอร์ฮี่โร่ได้เพราะเงินและความฉลาด พอต้องมาปะทะกับซุปเปอร์แมนจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่ามีความต่างในเรื่องพลังและความสามารถในการต่อสู้มาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Iron Man ของค่ายมาร์เวล ป๋าโทนี่ในนั้นคือเทพมาก ความสามารถระดับพระกาฬจนเทียบชั้นได้กับพวกมีพลังพิเศษทั้งๆที่จริงแล้วเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่มีเงินและสมองคล้ายๆกับแบทแมน อีกประเด็นที่ทำให้รู้สึกว่าแบทแมนก็เป็นแค่คนธรรมาดามากๆเลยก็คือฉากที่กำลังจะฆ่าซุปเปอร์แมนได้ (ด้วยกำลังเงินและการวางแผนอย่างชาญฉลาด) ซุปเปอร์แมนพูดชื่อมาร์ธาออกมาแล้วบอกว่าให้ไปช่วยมาร์ธา ตรงนี้ทำให้แบทแมนแทบคลั่ง เพราะแม่ของเขาที่ตายไปก็ชื่อมาร์ธาเช่นเดียวกับแม่ (ชาวมนุษย์) ของซุปเปอร์แมนที่ถูกจับตัวไป 

มาต่อกันที่ซุปเปอร์แมนค่ะ คนนี้ก็ผัว แต่กลับมาคราวนี้ผัวเริ่มหัวเถิก แต่ถ้าถามว่ารักมั้ย ตอบได้ว่าเท่าเดิม เพิ่มเติมเดี๋ยวบอก เฮนรี่ คาวิลล์หล่ออออ ก่อนจะเข้าโรงถึงกับเลือกไม่ถูกว่าทีมใครดี ออกโรงมาแล้วก็ยังเลือกไม่ถูกอยู่ดี ฮ่าาาาา สิ่งที่ชอบที่สุดในตัวละครตัวนี้คือเป็นตัวละครที่ larger than life นะถ้าเทียบกับแบทแมน ด้วยเนื้อหาที่ปูในหนัง สื่อตัวละครตัวนี้ออกมาว่าเป็นตัวแทนของพระเจ้าในรูปแบบหนึ่งที่ส่งมาปกป้องมนุษย์ (แน่นอนว่ามีคนเกลียดอยู่ด้วย) ถ้าเทียบกับแบทแมนแล้ว ซุปเปอร์แมนมีความ ideal กว่าเยอะมาก คือเป็นตัวละครที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ยกตัวอย่างก็เช่นตอนที่แม่ชาวมนุษย์ (มาร์ธา) ถูกจับตัวไป อเล็กซ์ ลูเธอร์ (เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก) บอกว่าจะฆ่ามาร์ธาถ้าซุปเปอร์แมนไม่ไปฆ่าแบทแมนให้ พี่ซุปของเราก็ยังจะอุตส่าห์ไปหาพี่แบทและพยายามอธิบายสถานการณ์ก่อนว่ามาทำไม แต่ก็นั่นแหละ ด้วยความเรียลของพี่แบท พี่แกไม่ฟังอีร้าค่าอีรมณ์อะไรเลยค่ะ พี่แกจะฆ่าพี่ซุปลูกเดียว สรุปเลยต้องตีกันพักใหญ่ เล่นเอาเกือบตายกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง 

สรุปคือตัวละคร 2 ตัวนี้มีความแตกต่างกันค่อนข้างสูงในความเห็นของเรานะคะ ถ้าเปรียบเทียบโดยใช้หลักจิตวิทยาของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ว่าด้วยเรื่อง id, ego, และ super ego เราว่าพี่แบทจะอยู่ในส่วนของ ego คือมีความสมจริงและมีความเป็นมนุษย์มากที่สุด ส่วนพี่ซุปเอาเข้าเขต super ego เลยค่ะ morality สูงมาก




อีกตัวละครที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ Wonder Woman โผล่มาตลอดทั้งเรื่องตั้งแต่แรก แต่มาเด่นเอาตอนท้ายๆ เหมือนเป็นการปูทางสำหรับอนาคต เกลสวยมากกกกก เหมาะกับบทมากกก แน่ล่ะสิ ไม่สวยได้ยังไง อดีตมิสอิสราเอลค่ะ แต่ปีไหนจำไม่ได้เหมือนกัน ฮ่าาาา เหตุผลที่ชอบนะคะ สั้นๆง่ายๆเลยค่ะ เท่ห์และสตรองมาก น่าจะเป็นไอดอลของสาวๆหลายคน ว่ากันว่าวันเดอร์วูแมนเป็นฮีโร่หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล DC ทำไม่น่ะหรือคะ ลองมาฟังประวัตินางกันค่ะ วันเดอร์วูแมนมีชื่อจริงว่าไดอาน่า มีสถานะเป็น demigod (ลูกครึ่งเทพ -ถ้าไม่เข้าใจให้นึกถึงเฮอร์คิวลิส หรือไม่ก็อคิลลิสค่ะ ประมาณนั้นเลย) เป็นเจ้าหญิงแห่งเผ่าอเมซอนซึ่งเป็นเผ่านักรบหญิงในตำนานกรีก พลังต่างๆที่มีได้มาจากเทพเจ้าทั้งนั้น รวมไปถึงอาวุธและเครื่องแต่งกายด้วย ไดอาน่าแข็งแกร่งระดับเดียวกับซุปเปอร์แมน ความเร็วเทียบเท่ากับ the flash แถมมี healing factor ถนัดการรบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า (martial arts) หรือการใช้อาวุธต่างๆ พูดได้หลายภาษา มีสัมผัสพิเศษสูงมาก สามารถพูดคุยกับสัตว์ได้ แถมยังสามารถวาร์บไปยังมิติต่างๆของเทพเจ้าได้ด้วยนะเออ เอาสิ ไม่สตรองให้มันรู้ไป !  




และขอปิดท้ายสั้นๆกับตัวละคร อเล็กซ์ ลูเธอร์ มหาเศรษฐีหนุ่มจิตหลอน รับบทโดยเจสซี่ ไอเซนเบิร์ก (โด่งดังจากบท มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ใน the social network) บอกตรงๆว่าชอบเจสซี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่ารักดี แน่นอนว่าเจสซี่ยังคงรักษามาตรฐานทางการแสดงเอาไว้ได้ดีมาก เล่นได้หลอนและจิตจริงๆ ดูแล้วแอบอยากให้เจสซี่ได้บทโจ๊กเกอร์แทน จาเร็ด เลโต้ (จริงๆคนนี้ก็ผัว) เพราะดูแล้วเจสซี่เหมาะกับบทจิตๆหลอนๆมาก




ปล. รอดู justice league ของ DC รีบๆรวมพลมาสู้กับ the avengers ของ marvel นะจ๊ะ

รายชื่อหนังที่อยากดูแต่พลาด

เมื่อก่อนสมัยอยู่บ้านที่เชียงใหม่ การไปดูหนังเป็นอะไรที่ง่ายมาก เพราะบ้านเราแทบจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับห้างชนิดที่ว่าใช้เวลาแค่ 5 นาทีก็ถึง แถมค่าตั๋วยังถูกถ้าไปดูวันพุธ หรือไม่ก็ใช้บัตรนักศึกษา เอาเป็นว่าดูหนังทีนึงราคาประมาณ 100 บาทซึ่งเป็นอะไรที่ฟินมาก เราเลยแทบจะไม่พลาดการดูหนังเลย เราเป็นคนที่ชอบไปดูหนังรอบดึก และก็ไปคนเดียว การที่ห้างอยู่ใกล้บ้านแถมตั๋วถูกจึงเป็นอะไรที่ทำให้เราดูหนังบ่อยมากจริงๆ
ทุกวันนี้มาอยู่ กทม สิ่งที่เปลี่ยนไปแบบสังเกตได้คือไปดูหนังน้อยมากกก อันที่จริงช่วงครึ่งปีมานี้แทบจะไม่ได้ออกไปดูหนังเลยมั้ง สาเหตที่บั่นทอนที่สุดสำหรับเราคือรถติด การจะเดินทางเพื่อออกไปดูหนังแต่ละครั้งกลายเป็นเรื่องน่าลำบากใจลำบากกาย แค่คิดถึงสภาพการจราจรก็ท้อใจแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ช่วงเวลาเกือบปีที่ผ่านมาเราพลาดหนังไปหลายเรื่องมาก วันนี้ก็เลยอยากจะลิสต์รายชื่อหนังที่พลาดไปอย่างคร่าวๆ เพื่อที่ว่าจะเก็บไว้เป็นอ้างอิงเพื่อหามาดูในอนาคต 5555

Paper Towns (เมืองกระดาษ) หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของ John Green Green เจ้าของเดียวกับ The Fault in Our Stars อันโด่งดัง ตัวหนังว่าด้วยประเด็นการ Coming of Age ของชีวิตวัยรุ่น สำหรับเราคือมันน่าดูมากๆ สัญญากับเพื่อนคนหนึ่งไว้ว่าจะไปดูด้วยกัน แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ไปเพราะชีวิตมันมีความเปลี่ยนแปลงเสมอ อะไรที่คาดหวังตั้งใจไว้ จู่ๆก็อาจจะไม่เป็นอย่างที่คิด คิดแล้วก็เศร้าเล็กน้อย



Crimson Peak (ปราสาทสีเลือด) สาเหตุหนึ่งที่อยากไปดูเรื่องนี้คือเป็นติ่งนายท่าน นายท่านแสดงนำในหนังเรื่องนี้ค่ะ พี่ Tom Hiddleston ของน้องงงง แต่อันที่จริงตัวหนังก็น่าดูด้วยเถอะ พี่ทอมเป็นคนมีรสนิยมเลยเลือกรับเล่นแต่บทหนังดีๆไง



007 Spectre อันนี้เป็นหนังที่ตั้งคำถามกับตัวเองมาตลอดว่าพลาดไปได้ยังไง ! คือตั้งแต่โตมาพอจำความได้ ไม่เคยพลาดหนังที่แปะยี่ห้อ 007 เลยสักครั้ง แถม 007 ปัจจุบันยังแสดงนำโดยพี่ Daniel Craig บอนด์ผมทองคนแรก (ปกติบอนด์ต้องผมสีเข้มตามบทประพันธ์) ซึ่งเราว่ามันเป็นอะไรที่เซ็กซี่มากกก แล้วเค้าก็เล่นได้มี sex appeal เหลือเกิน ! สรุปคือยังสงสัยตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้ว่าพลาดได้ไง -_-



และ Batman VS Superman ที่กำลังลงโรงอยู่ตอนนี้ก็มีทีท่าว่าเราจะพลาดเช่นกัน ว่าจะไปๆแต่ก็คิดหนักจนไม่ไปทุกที ที่อยากดูเรื่องนี้เหตุผลหลักคือเป็นคนชอบดูหนังซุปเปอร์ฮี่โร่อยู่แล้ว ชอบมากด้วย ถ้าเป็นหนังซุปเปอร์ฮี่โร่นี่จึงไม่ค่อยพลาด อีกเหตุผลนึงคือชอบ Henry Caville ที่รับบทเป็นซุปเปอร์แมน ถึงพี่เค้าจะหัวเริ่มเถิกเล็กน้อยแต่น้องก็ยังรักพี่เค้าไม่เปลี่ยนแปลง



คิดถึงสมัยเรียนช่วงม.ปลายกับหมาลัย เพื่อนสมัยม,ปลายคนนึง (คนละคนกับข้างบนนะ) เราจะเป็นคอเดียวกันเรื่องการดูหนังมาก คบกันตั้งแต่สมัยม.ปลายยันมหาลัย ไปดูหนังด้วยกันบ่อยๆ โดยเฉพาะหนังซุปเปอร์ฮี่โร่ พอเรียนจบก็ย้ายมา กทม เหมือนกันทั้งคู่ แต่น่าแปลกที่เราแทบจะไม่ได้เจอกันเลย เราขอวิเคราะห์ว่าต้องเป็นเพราะอุปสรรคทางการจราจรแน่ๆ




The Shawshank Redemption (1994)

สมัยนี้ถ้าพูดถึงหนังแหกคุก ทุกคนคงจะคิดถึงเรื่องเดียวกันคือซีรี่ส์ Prison Break 
แต่สำหรับเราแล้ว หนังแหกคุกที่ตรึงใจที่สุดคือ The Shawshank Redemption 
หนังเรื่องนี้ได้รับการแนะนำมาจากอาจารย์ชาวอเมริกันท่านหนึ่งเมื่อสมัยยังเรียนมัธยมปลาย 
อาจารย์บอกว่าเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องโปรดของท่าน ให้เราลองไปดู ในเวลาต่อมา เรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องที่เราชอบที่สุดในชีวิตอย่างที่ไม่มีเรื่องไหนมาลบล้างได้เช่นกัน 

Shawshank เป็นชื่อคุก ตัวหนังถูกระบุประเภทว่าเป็นแนวดราม่า เนื่องจากเรื่องนี้เป็นหนังที่เราชอบมาก เลยจะขอแปะเรื่องย่อที่นำมาจาก wikipedia ซึ่งแน่นอนว่ามันสปอย เพราะฉะนั้นใครยังไม่ได้ดูให้ข้ามลงไปข้างล่างเลยจ้า 

**สปอย**
"แอนดี้ ดูเฟรนส์ (ทิม ร็อบบินส์) นายธนาคารหนุ่มที่ถูกจับในข้อหาฆาตกรรมภรรยาและชายชู้เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ แอนดี้ไม่มั่นใจว่าเขาเป็นคนกระทำจริงหรือเปล่า แต่หลักฐานทั้งหมดชี้นำมาที่เขา เขาจึงต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตในเรือนจำชอว์แชงค์ ในปีค.ศ. 1947
ช่วงแรกที่เข้ามาแอนดี้เป็นคนเงียบและเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แอนดี้ใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะเอ่ยปากพูดกับใคร คนที่เขาพูดด้วยคนแรกคือ เอลลิส บอยด์ "เรด" เรดดิง (มอร์แกน ฟรีแมน) นักโทษผิวสี ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตและอยู่ในชอว์แชงค์มา 20 ปีแล้ว ด้วยความที่เรดอยู่ในเรือนจำแห่งนี้มานานเขาจึงมีสิทธิพิเศษเล็กน้อยที่จะสามารถหาหาของจากภายนอกเข้ามาในคุก อาทิ บุหรี่ รูปดาราสาวหรือของเล่นชิ้นเล็กๆ เรดเป็นคนที่หาสินค้าข้างนอกมาได้ และสิ่งที่แอนดี้ขอจากเรดคือค้อนแกะสลักหิน 6-7 นิ้ว เพื่อมาแกะสลักหินที่งานอดิเรกของตนเนื่องจากดูเฟรนส์เป็นคนที่ชอบการแกะสลัก ในตอนแรกเรดกลัวจะเกิดปัญหาถ้าพัสดีคิดว่ามันเป็นอาวุธได้แต่เมื่อของที่แอนดี้ต้องการมาถึงเรดถึงกับต้องขำเพราะหาใช้ค้อนสลักหินในการแหกคุกคงใช้เวลาร่วมร้อยปี
แอนดี้เป็นคนมีความรู้ จนวันหนึ่งเขาได้ช่วย ผู้คุมแฮดเล่ย์ (แคลนซี่ บราวน์) ในการหลีกเลี่ยงภาษีสุดโหดจากรัฐบาล ความสามารถของแอนดี้รู้ไปถึงหูของ พัสดีนอร์ตัน (บ็อบ กันทอน) แอนดี้ได้ถูกเปลี่ยนตำแหน่งงานในคุกและทำงานใกล้ชิดกับพัสดีนอร์ตันเพื่อดูแลทางด้านบัญชี แอนดี้ช่วยพัสดีนอร์ตันในการฟอกเงินที่ได้มาจากการทุจริต เขาเปลี่ยนจากเงินสกปรกให้เป็นเงินที่สะอาดและถูกต้อง โดยแอนดี้ได้สร้างคนสมมุติขึ้นมาคนหนึ่ง "เรนดัล สตีเวนส์" เพื่อใช้ในการฟอกเงินแต่นั่นกลับมีชีวิตโลดแล่นอยู่จริง มีเลขบัตรประกันสังคม มีบัญชีในธนาคาร และมีชื่อในฐานะผู้เสียภาษีให้กับรัฐบาล ทำให้การสาวความผิดไม่มีทางถึงตัวแอนดี้และพัสดีนอร์ตันอย่างแน่นอน
ชีวิตในคุกของแอนดี้เหมือนไปได้สวยมากกว่าตอนแรกที่เข้ามาอยู่ จนวันหนึ่งในปี ค.ศ. 1965 มีน้องใหม่เข้ามา ทอมมี่ วิลเลี่ยมส์ (กิล เบลโลวส์) เด็กหนุ่มที่ติดคุกหลายแห่งเพราะคดีลักเล็กขโมยน้อย ทอมมี่ได้เล่าเรื่องราวการติดคุกในแต่ละที่ให้ฟังจนวันหนึ่งความจริงที่น่าตกใจ ทอมมี่เล่าว่ามีเพื่อนร่วมห้องคนนึง ได้ฆาตกรรมภรรยาของนายธนาคารและชู้ของมันแต่ว่าสามีกลับรับเคราะห์แทน แอนดี้คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ตนจะได้รับความยุติธรรม แอนดี้จึงไปหาพัสดีนอร์ตันและเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังหวังเพื่อจะรื้อคดีกลับมาพิจารณาใหม่ แต่คำขอนั้นกลับถูกปฏิเสธ พัสดีนอร์ตันไม่มีทางให้คนที่รู้การโกงกินและการฟอกเงินของตัวเองออกไปสู่โลกภายนอกได้ พัสดีนอร์ตันจัดการปิดปากและฆ่าทอมมี่เพื่อดับความหวังครั้งสุดท้ายของแอนดี้ แอนดี้รู้สึกว่าความอยุติธรรมที่ได้รับมันมากพอแล้ว เขาได้บอกเรดเพื่อนรักของเขาว่าต้องพยายามที่จะอยู่ให้ได้หรือไม่ก็พยายามที่จะตาย
ในวันรุ่งขึ้น แอนดี้หายไปอย่างไร้ร่องรอยจากเรือนจำชอว์แชงค์ทำให้พัสดีที่มาตรวจห้องขังแอนดี้ด้วยอาการหัวเสีย รื้อค้นจนทั่วพบว่ามีรูขนาดใหญ่ลอดผ่านได้อยู่หลังโปสเตอร์ดาราสาวแผ่นใหญ่ในห้องแอนดี้ รูนั้นต่อตรงสู่ท่อระบายน้ำทิ้งและออกสู่โลกภายนอกนอกเรือนจำ แอนดี้ใช้เวลาที่เขาติดคุกทั้งหมด 19 ปี ในการขุดรูนั่นด้วยค้อนสลักหินที่เขาได้มาเมื่อสองเดือนแรกของการอยู่เรือนจำ ทั้งเรือนจำจึงได้รับรู้ความจริงที่น่าตะลึงว่าแอนดี้แหกคุกออกไปสู่โลกภายนอกแล้ว
ในรุ่งเช้าหลังจากนั้นมีแอนดี้ได้ตระเวณไล่ถอนเงินฝากของพัสดีนอร์ตันที่มีอยู่ทุกๆธนาคารที่เขาฝากไว้ในรูปชายหนุ่มที่ชื่อว่า "เรนดัล สตีเวนส์" ด้วยบัตรประชาชนที่เขาทำขึ้นจนหมดเกลี้ยง แอนดี้ใช้นามที่เขาเสกขึ้นมาทำให้มันมีตัวตนจริงๆที่กลายเป็นเขา นอกจากนั้นเขายังส่งหลักฐานการทุจริตติดสินบนต่างๆของพัสดีนอร์ตันให้กับตำรวจ จนพัสดีนอร์ตันยิงตัวตายเพื่อหนีความผิดในห้องทำงานของตนเอง
เรดพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าในการขออนุมัติทัณฑ์บนแต่ต้องผ่านพ้นไปอย่างสูญเปล่าจนเริ่มทำใจแล้วว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้ออกไปเห็นแสงสว่างนอกเรือนจำอีก แต่ทว่าการมาถึงของแอนดี้ ชายหนุ่มผู้เก็บงำจุดมุ่งหมายบางอย่างไว้ในใจตลอดเวลา ก็ทำให้เรดได้เห็นคุณค่าของการมีความหวังอีกครั้ง"

สาเหตุที่ชอบหนังเรื่องนี้แบบเข้าเส้นตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอารมณ์ความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ จำได้ว่าครั้งแรกที่ดูจบ ความรู้สึกมันตื้อไปหมด รู้สึกอยู่อย่างเดียวว่าไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดี ในหัวมันตื้อ น้ำตาเหมือนจะไหล ทว่าน่าแปลกที่กลับร้องไห้ไม่ออก ความรู้สึกนี้ผ่านมาเป็นสิบปี ไม่มีหนังเรื่องไหนอีกเลยที่ทำให้เราเป็นแบบนี้ได้ อีกประการหนึ่งที่ชอบในตัวบทคือโทนของหนัง ตลอดความยาว 142 นาทีถูกสื่อออกมาในโทนดราม่า ก็แน่ล่ะเนอะ ฉากส่วนใหญ่อยู่ในคุก โทนที่ออกมาก็ต้องดราม่าเป็นธรรมาดา ตลอดเวลาที่แอนดี้ติดคุก เขาต้องเผชิญกับความเลวร้ายมากมาย แต่ในความเลวร้ายนั้นเขาได้เจอกับคนที่เรียกได้ว่าเป็นมิตรแท้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่เรียกว่าความหวัง ความหวังในสภาพการณ์และสถานที่ๆน่าหดหู่ที่สุด แต่ความหวังนั้นเองที่ทำให้เขายังมีชีวิตอยู่และได้เริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง 

The Shawshank Redemption ถูกเสนอเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 7 สาขาในปีนั้นแต่ไม่ได้รับรางวัลใดๆเลยเพราะพ่ายให้แก่ Forrest Gump ที่ออกฉายในปีเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ต่อมา The Shawshank Redemption ได้รับการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง IMDB ให้เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอันดับ 1 จาก 250 อันดับ เอาชนะ Forrest Gump 



500 days of summer

500วัน กับนังซัมเมอร์
ประโยคอันตราตรึงของพระเอกในเรื่องนี้คือ 'I hate summer' กูเกลียดซัมเมอร์
ซัมเมอร์ของเขาไม่ใช่ฤดูร้อนแต่เป็นชื่อของหญิงสาวนางหนึ่ง
หญิงสาวผู้มีนิสัยประหลาด มาทำให้เขารักแล้วก็หักอกเขาทิ้ง

จากการฟังเสียงเพื่อนหลายๆคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ 8 ใน 10 พูดไปในแนวทางเดียวกันว่าเกลียดน้องนางซัมเมอร์และสงสารพ่อพระเอกมากมาย เอาจริงๆว่าตอนแรกที่เราดูก็ออกจะเห็นใจพระเอกอยู่ไม่น้อย
แต่พอดูจบไปสักพักแล้วความคิดเกิดการตกตะกอน เราว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีใครน่าเห็นใจไปมากกว่าใคร
การกระทำของทุกตัวตะครต่างก็มีเหตุผลส่วนบุคคลกันทั้งนั้น 

ซัมเมอร์ไม่ได้เป็นคนผิดและไม่สมควรถูกกล่าวโทษ เพราะเธอไม่ได้หลอกลวงทอมตั้งแต่แรก ในความไม่ชัดเจน เธอได้มอบความชัดเจนให้แก่เขา เธอให้ได้เท่าที่เธอสามารถให้และก็จริงใจกับชายหนุ่มตามนั้น ในแบบของเธอ 
ทอมเองก็ไม่สามารถอ้างเอาความรักที่มีต่อซัมเมอร์มากล่าวโทษหญิงสาวแล้วกลายเป็นคนน่าเห็นใจได้ เพราะเขาเองก็ยอมรับในความสัมพันธ์เช่นนี้มาตั้งแต่แรก 

หากจะหาสาเหตุของความผิดพลาดในความสัมพันธ์ครั้งนี้ มีอยู่ประการเดียวคือการเลือกรักคนผิดและคิดว่าจะสามารถเปลี่ยนอีกฝ่ายได้ 

หลังจากดูจบแล้วรู้สึกหน่วงๆในใจ มันจี๊ดๆอย่างบอกไม่ถูก พาลนึกไปถึงประโยคจากหนังอีกเรื่องหนึ่ง เรื่อง The Perks of Being a Wallflower ที่ว่า 'We accept the love we think we deserve.' เรายอมรับในความรักที่เราคิดว่าเราคู่ควร


 
Multiverse Blog Design by Ipietoon