Showing posts with label theprophet. Show all posts
Showing posts with label theprophet. Show all posts

ปรัชญาชีวิต (ความปราโมทย์และความเศร้าโศก)

บทนี้เป็นบทที่ชอบมากกกกกกกก อีกบทหนึ่ง อันที่จริงค่อนข้างชอบบทนี้ที่สุดเลยด้วยซ้ำ ชอบที่เปรียบเทียบความเศร้าและความสุขเหมือนเป็นญาติสนิทกัน เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า 'ความสุขกับความทุกข์นั้นอยู่ใกล้กันเหมือนวันนี้กับพรุ่งนี้' และเห็นจริงตามนั้น





ความปราโมทย์ของเธอนั้น 
คือความเศร้าโศกถอดหน้ากากออก 
และจากบ่อเดียวกัน 
ที่เสียงหัวเราะของเธอผุดขึ้นมานั้น 
บ่อยครั้งมันเปี่ยมไปด้วยน้ำตาของเธอ
มันจะเป็นอย่างอื่นใดได้อีกเล่า 
ความเศร้าโศกยิ่งบาดลึกลงไปในผิวเนื้อของเธอได้เท่าใด 
เธอก็จะสามารถเก็บเอาความปราโมทย์ได้มากขึ้นเพียงนั้น 
ก็ถ้วยที่เธอรินใส่ถ้วยองุ่นนั้น 
มันจะต้องถูกเผาในเตาอบของช่างปั้นก่อนมิใช่หรือ 
และขลุ่ยที่เป่ากล่อมดวงใจเธอนั้น 
มิใช่ไม้ที่ถูกบากเจาะด้วยมีดก่อนหรอกหรือ 
ขณะเมื่อเธอปรีดาปราโมทย์ 
จงมองลึกลงไปในดวงใจ 
และเธอก็จะพบว่า 
สิ่งซึ่งได้เคยยังความเศร้าโศกแก่เธอนั้น 
กำลังให้ความปราโมทย์แก่เธอ 
ขณะเมื่อเธอเศร้าโศก 
จงมองลงไปอีกและก็จะพบว่า 
แท้จริงนั้น 
เธอกำลังสะอื้นไห้ ถึงสิ่งที่เคยก่อความยินดีมาแล้ว 
เธอบางคนกล่าวว่า 
ความปราโมทย์นั้นยิ่งใหญ่กว่าความเศร้าโศก 
และอีกพวกแย้งว่า
ไม่ใช่ ความเศร้าโศกต่างหากที่ยิ่งใหญ่กว่า 
แต่เราขอบอกแก่เธอว่า 
มันมิอาจแยกจากกันได้ มันมาด้วยกัน 
และขณะเมื่อสิ่งหนึ่งนั่งอยู่กับเธอที่โต๊ะ 
พึงระลึกไว้ว่า 
อีกสิ่งหนึ่งหลับรออยู่บนเตียง 
แท้จริงนั้น 
เธอแขวนไกวอยู่ดุจตาชั่ง 
ระหว่างความเศร้าโศกและความปราโมทย์ของเธอ 
เธอจะยืนนิ่งอยู่และไม่เอนเอียง 
ก็แต่ในขณะเมื่อเธอว่างเปล่าเท่านั้น
ขณะเมื่อผู้รักษาสมบัติยกเธอขึ้น 
เพื่อชั่งเงินและทองของเขา 
ก็ไม่จำเป็นที่ความเศร้าโศก 
หรือความชื่นชมของเธอ 
จะต้องเอียงขึ้นลงด้วย



ท่อนที่ชอบมากๆคือท่อนที่ทำตัวหนาไว้ เค้าบอกว่าเวลาที่รู้สึกเศร้า ให้มองลึกลงไป แล้วจะพบว่า สิ่งที่ทำให้เศร้านั้น ครั้งหนึ่งเป็นสิ่งที่เคยทำให้เรามีความสุขมาก่อน คือมันใช่ คือมันโดน นึกถึงท่อนนึงของเพลง Lost Stars เพลงประกอบภาพยนตร์ Begin Again ที่ว่า 'Don't you dare let our best memories bring you sorrow' กล้าให้ความทรงจำที่ดีที่สุดของเรากลายเป็นความเศร้ารึเปล่า มันช่างตรงกับปรัชญาชีวิตบทนี้เหลือเกำิน ความทรงจำที่ดีที่สุด อาจจะกลายเป็นความเศร้าโศกก็ได้ 

ปรัชญาชีวิต (บุตร)

บทนี้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก ซึ่งเป็นบทที่ชอบมากอีกบทหนึ่ง เพราะในฐานะลูกนั้น พบว่าพ่อแม่ส่วนมากจะมองว่าลูกเป็นสมบัติของตน หลายครั้งหลายคราก็มักจะอยากให้ลูกเป็นไปในทางที่ตนต้องการ ทั้งนี้เข้าใจว่าเป็นไปเพราะความรักความปรารถนาดี แต่หากลองอ่านปรัชญาชีวิตว่าด้วย 'บุตร' นี้อาจจะทำให้มุมมองบางอย่างเปลี่ยนไป





บุตรของเธอ ไม่ใช่บุตรของเธอ 
เขาเหล่านั้นเป็นบุตรและธิดาแห่งชีวิต 
เขามาทางเธอ แต่ไม่ได้มาจากเธอ 
และแม้ว่าเขาอยู่กับเธอ แต่ก็ไม่ใช่สมบัติของเธอ 
เธออาจให้ความรักแก่เขาแต่ไม่อาจให้ความนึกคิดได้ 
เพราะว่าเขาก็มีความคิดของตนเอง 
เธออาจจะให้ที่อยู่อาศัยแก่ร่างกายของเขาได้ 
แต่มิใช่แก่วิญญาณของเขา 
เพราะว่าวิญญาณของเขานั้นอยู่ในบ้านของพรุ่งนี้ 
ซึ่งเธอไม่อาจไปเยี่ยมเยียนได้แม้ในความฝัน 
เธออาจพยายามเป็นเหมือนเขาได้ 
แต่อย่าได้พยายามให้เขาเหมือนเธอ 
เพราะชีวิตนั้นไม่เดินถอยหลัง 
หรือห่วงใยอยู่กับเมื่อวันวาน 
เธอนั้นเป็นเสมือนคันธนู 
และบุตรหลานเหมือนลูกธนูอันมีชีวิต 
ผู้ยิงเล็งเห็นที่หมายบนทางอันมิรู้สิ้นสุด 
พระองค์จะน้าวเธอเต็มแรง 
เพื่อว่าลูกธนูจะได้วิ่งเร็วและไปไกล 
ขอให้การโน้มง้าวของเธอในอุ้งหัตถ์ของพระองค์ 
เป็นไปด้วยความยินดี 
เพราะว่าเมื่อพระองค์รักลูกธนูที่บินไปนั้น 
พระองค์ก็รักคันธนูซึ่งอยู่นิ่งด้วย



ชอบการเปรียบเทียบกับธนูในบทนี้ที่ว่าพ่อแม่เปรียบเหมือนคันธนู และลูกเปรียบเหมือนลูกธนูอันมีชีวิต เมื่อเหนี่ยวน้าวลูกธนูออกไปแล้ว ย่อมไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร การเปรียบเทียบเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงการให้อิสระแก่ลูกธนู ก็เหมือนกับการให้อิสระแก่บุตรของตน ลูกธนูนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ยิงออกจากคันธนูก็จริง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่อาจยึดติดอยู่กับคันธนูได้ เปรียบเหมือนความสัมพันธ์ของพ่อแม่กับลูกนั่นเอง 

The Prophet by Kahlil Gibran, ปรัชญาชีวิต โดย คาลิล ยิบราน

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่หยิบมาอ่านซ้ำบ่อยที่สุด ปรัชญาชีวิตเป็นหนังสือที่ถ่ายทอดความเป็นปรัชญาออกมาได้อย่างเรียบง่าย อ่านแล้วเข้าใจโดยที่ไม่รู้สุกว่าเป็นเรื่องไกลตัว ส่วนหนึ่งต้องขอชื่นชมสำนวนการแปลของอาจารย์ระวี ภาวิไล ปกติแล้วหากเป็นหนังสือที่มีต้นฉบับภาษาอังกฤษ เรามักจะนิยมเลือกอ่านเป็นฉบับภาษาอังกฤษมากกว่าเพราะไม่อยากเสียอรรถรสเพราะการถอดความเป็นภาษาไทย แต่สำนวนของอาจารย์ระวีนี้ บอกได้คำเดียวว่ายอมใจจริงๆ 
ปรัชญาชีวิตเป็นหนังสือที่มีเนื้อความกล่าวถึงสัจธรรมหรือหลักความจริงของโลก เน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ที่พึงมีต่อกัน 

บทเริ่มต้นของฉบับภาษาไทยที่มีอยู่ปัจจุบันในมือกับฉบับเก่าที่เคยอ่านในหอสมุดมหาวิทยาลัยนั้นต่างกัน ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะเหตุใด แต่เมื่อซื้อฉบับภาษาไทยมาเป็นของตัวเอง จึงนำไปคัดลอกเนื้อความจากฉบับเดิมในหอสมุดมา เริ่มความว่า 

ถ้าหากคำพูดเหล่านี้เลือนราง ก็อย่าพยายามทำให้มันกระจ่าง ความเลือนรางและหมอกฝ้าเป็นการเริ่มต้นของสรรพสิ่งแต่มิใช่ปลายทางของมัน และเราก็พอใจให้เเธอจำเราเป็นเช่นการเริ่มต้น ชีวิตและสรรพสิ่งอันดำรงชีวิตอยู่ ย่อมเข้าใจได้ในหมอก และมิใช่อย่างกระจ่างแจ้ง และใครบ้างจะรู้ว่า แท้จริงเมื่อหมอกฝ้าสลายลงนั้น มันก็รวมเป็นหยากผลึกใสชัดเจนนั่นเอง

เนื้อความข้างต้นคัดลอกมาจากฉบับเก่าในหอสมุด เป็นบทเริ่มของเนื้อความทั้งหมดที่ไม่เหมือนฉบับพิมพ์ใหม่ที่มีอยู่ในมือ 

หนังสือเรื่องนี้แบ่งออกเป็นบทตอนอันกล่าวถึงความจริงและความสัมพันธ์ในชีวิต เช่น ว่าด้วยความรัก ว่าด้วยการแต่งงาน ว่าด้วยบุตร ว่าด้วยการบริจาค ฯลฯ

หนังสือเล่มนี้แนะนำว่าควรมีติดบ้าน มียาสามัญประจำบ้านฉันใด หนังสือเล่มนี้ก็ควรมีติดบ้านไว้เป็นหนังสือสามัญประจำบ้านฉันนั้น 

คราวหน้าจะมาแนะนำบทที่ชอบพร้อมการตีความหมายบางส่วนบางตอน ส่วนรูปประกอบด้านล่างเป็นหน้าปกฉบับภาษาไทยที่มีอยู่ในมือ



 
Multiverse Blog Design by Ipietoon